FIC

อุปสรรครักทศภพ

รักแรก

รีรีข้าวสารสองทะนานข้าวเปลือก ฯ เสียงของเด็กหญิงกลุ่มหนึ่ง กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่ได้สนใจกับสายตาของเด็กชายคนหนึ่งที่แอบจ้องมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

และแล้วเด็กหญิงคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากกลุ่ม

ชบาจะไปไหน เด็กหญิงอีกคนในกลุ่มร้องทัก เด็กหญิงที่ชื่อชบาหยุดวิ่ง และหันกลับมาหาเพื่อน

จะไปชวนเขามาเล่นด้วย เด็กหญิงชบากล่าวตอบ

อย่าเลยชบา ใครก็ไม่รู้ ชบาได้ยินเพื่อนกล่าวก็หันไปมองยังเด็กชายที่หลบๆ ซ่อนๆอยู่ และหันกลับมามองเพื่อนอีกครั้ง

ไม่เป็นไรหรอก เขามาแอบดูพวกเรามาสามวันแล้ว เขาคงอยากมาเล่นกับเรา เด็กหญิงชบาหันกลับและวิ่งไปยังต้นไม่ใหญ่ที่เด็กชายซ่อนตัวอยู่ ชบาวิ่งอ้อมต้นไม้ใหญ่ก็พบกับเด็กชายที่นั่งคุดคู้ก้มหน้าก้มตาอยู่

นี่เธอมาเล่นด้วยกันสิ ชบาชักชวนเด็กชาย เมื่อเด็กชายได้ยินก็หันขึ้นมองดูเด็กหญิง เด็กหญิงส่งมือออกไปเป็นการชักชวน เด็กชายได้แต่มองและลังเล แล้วก็ยื่นมือออกไป เด็กหญิงจับมือเด็กชาย และฉุดดึงให้เด็กชายลุกขึ้น พลันเด็กชายก็ดึงมือกลับและวิ่งหนีออกไป เด็กหญิงได้แต่ยืนมองเด็กชายวิ่งออกไปด้วยความประหลาดใจ

ชบากลับไปเล่นต่อเถอะ ช่างเขาเถอะเขาคงไม่อยากเล่นหรอก เด็กหญิงอีกคนวิ่งเข้ามาและดึงมือของเด็กหญิงไป

เด็กชายนั้นเมื่อวิ่งออกมาก็มานั่งคุดคู้อยู่ริมลำธาร ได้แต่โยนก้อนหินลงน้ำ หนึ่งก้อน สองก้อน สามก้อน ซูมมม ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกโยนลงน้ำ จนน้ำกระเซ็นถูกเด็กชาย เด็กชายหันมองหาต้นตอของหินก้อนนั้น เด็กหญิงนั่นเองเป็นคนโยนลงมา เด็กหญิงทำท่าไม่สนใจ เดินลงไปในลำธาร

สนุกเหรอ โยนก้อนหินลงน้ำ เราว่าไม่เห็นสนุกเลย สู้ลงมาเล่นในน้ำเลยก็ไม่ได้ สนุกกว่าตั้งเยอะ เด็กหญิงเดินลงไปในน้ำ เตะน้ำไปมา เด็กชายเห็นดังนั้นจึงได้เดินตามลงไปด้วย

เหรอ เธอว่าลงมาเล่นน้ำนี่สนุกกว่าโยนหินเล่นเหรอ เด็กชายมองหน้าเด็กหญิง เด็กหญิงมองตอบแล้วพยักหน้าให้ พลันก็มีน้ำพุ่งเข้าใส่หน้า เป็นเด็กชายนั่นเองที่ใช้มือกวักน้ำใส่หน้าเด็กหญิง

จริงด้วย เล่นน้ำนี่มันสนุกจริงๆ เด็กชายหัวเราะร่า เด็กหญิงเห็นเด็กชายหัวเราะได้ ก็อมยิ้ม แล้วก็กวักน้ำไส้เด็กชายคืน ทั้งสองต่างกวักน้ำใส่กันอย่าสนุกสนาน จนเนื้อตัวเปียกโชก

{{{ฉันชื่อชบานะ แล้วเธอละชื่ออะไร}}}

{{{เราเหรอ เราชื่อ แทน}}}

{{{ชื่อ แทน ชื่อเธอแปลกดีเนาะ}}}

{{{ใช่เราก็ว่างั้นแหละ แม่เราบอกว่าเราเกิดมาเพื่อทดแทนใครบางคน แม่เลยตั้งชื่อนี้}}}

{{{งั้นชื่อเธอก็มีความหมายที่ดีมากเลยนะ แล้วบ้านของเธออยู่ไหนเหรอ เราไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย}}}

{{{เราพึ่งย้ายมาน่ะ พ่อเราเคยอยู่ที่นี่มาก่อน}}}

{{{งั้นก็ดีสิพรุกนี้เรามาเล่นด้วยกันอีกนะ}}}

{{{อื้อ}}}

เสียงที่ดังก้องกังวานนี้เลือนหายไปพร้อมกับภาพของเด็กหญิงเด็กชายเล่นสาดน้ำในลำธาร เหลือเบื้องหน้าไว้แต่ภาพของเพดานบ้านไม้หลังหนึ่ง เด็กหนุ่มอายุราว 18 ปี ตื่นขึ้นมาพร้อมกับกุมขมับ และลุกขึ้นส่องกระจก

อูย เจ็บอีกแล้ว ไม่หายปวดสักที แถมยังเป็นแผลเป็นอีก เด็กหนุ่มลดมือลงเผยให้เห็นแผลเป็นเล็กๆ เหนือคิ้วซ้าย

แทน ลูก ตื่นหรือยัง เดี๋ยวไปวัดไม่ทันนะลูก เสียงของหญิงสาวตะโกนผ่านร่องไม้เข้ามาในห้อง เด็กหนุ่มได้ยินก็รีบหยิบผ้าขาวม้า ถือขันวิ่งออกไปที่ท่าน้ำทันที

รอเดี๋ยวนะแม่ ฉันไปล้างหน้าก่อน เด็กหนุ่มวิ่งลงเรือนไปอย่างรวดเร็ว ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนยิ้มให้กับพฤติกรรมของลูกชาย

วันนี้ที่วัดมีงานบุญ ชาวบ้านต่างพากันมาทำบุญที่วัด จนลานวัดแคบลงไปถนัดตา สองแม่ลูกเดินจูงกันเข้ามาที่ลานวัด

อ้าวแม่บุญน้อม เพิ่งมาเหรอจ๊ะ หญิงสาวรูปร่างท้วมคนหนึ่งกล่าวทักทาย

จ๊ะแม่แป้นก็พ่อลูกชายตัวดีนี่แหละ มัวแต่แต่งตัว พิรี้พิไรอยู่นั่นแหละ ผู้เป็นแม่ถึงกลับค้อนลูกชาย

แหมแม่บุญน้อมเด็กมันกำลังโต ก็แบบนี้แหละ กะแต่งมาอวดสาวๆละสิ ใช่ไหมละพ่อแทน

จ๊ะๆ ใช่จ๊ะน้าแป้น แทนตอบรับและยิ้มกุ่มกริ่มให้แม่ที่มีคนเข้าข้างตน

ช่างเถอะๆ รีบไปกันดีกว่าแม่บุญน้อม เดี๋ยวไม่ทันพระเทศ แม่บุญน้อมถูกแม่แป้นดึงมือไปทันที ส่วนแทนก็ยืนอ้ำอึ้งเหมือนจะกล่าวอะไรสักอย่าง

อ้าว พ่อแทนจะไปไหมละ ยืนอ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ จะไฟฟังเทศกับพวกน้าก็ตามมา หรือจะไปก่อเจดีย์ทรายละ รู้สึกนังชบาก็คงอยู่แถวนั้นแหละ

จริงเหรอจ๊ะน้าแม่จ๋าขอฉันไป..เดี๋ยวนะ แม่บุญน้อมยังไม่ทันจะกล่าวอะไร แทนก็รีบวิ่งออกไปทันที

อุบะ ไอ้ลูกคนนี้นี่ ที่เรื่องนี้ละก็เร็วเชียว

ช่างเถอะแม่บุญน้อมปล่อยเด็กๆเขาไปเถอะ ส่วนเราก็ไปตามประสาคนแก่เถอะ แม่แป้นกับแม่บุญน้อมต่างพากันเดินไป

ลานกว้างในวัด สถานที่ที่หนุ่มสาวมักจะมาก่อเจดีย์ทราย เมื่อมีงานบุญที่วัด ในจำนวนนั้นหญิงสาวสองคน คนหนึ่งผิวขาวหน้าตาสะสวย ห่มสไบสีชมพู อีกคนห่มสไบสีขาว กำลังก่อเจดีย์ทรายอยู่ มือก็ทำไปพลาง ตาก็และมองรอบๆไปพลาง

นี่มองหาใครน่ะชบา จะหาใครมาก่อเจดีย์ แทน ที่พี่งั้นเหรอ หญิงสาวห่มสไบสีขาวพูดหยอกหญิงสาวอีกคนหนึ่ง

เปล่านะพี่ผกา ฉันไม่ได้มองหาเขานะ หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าชบา ตอบปฏิเสธทันที

อะไร พี่บอกว่าจะมองหาใครมาแทนที่พี่ ไม่ใช่บอกว่ามองหาแทนสักหน่อย ผการีบหยอกทันที ที่เห็นชบาหลุดปากออกมา

พี่ผกาก้อ ชอบแกล้งฉันทุกที ฉันไม่ได้รอใครสักหน่อย ทำไมต้องรอด้วย ไม่เห็นมีความสำคัญอะไรเลย ชบาตอบกลับอย่ามั่นใจและก็หันมาก่อเจดีย์ทรายดังเดิม

ใจร้ายจังเลย คนเขาอุตส่าห์รีบมาหา แต่กลับพูดตัดน้ำใจกันเช่นนี้ เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น ชบาและผกา ต่างหันมาหาต้นเสียงทันที

แทน ชบาเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่ม

นั่นสินะ พี่ก็ไม่รู้ด้วยนะ พี่ว่าพี่ไปฟังเทศดีกว่า เนาะ ผกาขยิบตาให้แทนที่หนึ่งแล้วทำท่าจะลุกออกไป

เดี๋ยวสิพี่ผกาขอฉันไปด้วยคน ชบาฉุดมือผกาไว้ และทำท่าจะลุกตาม ผการีบดึงมือกลับทันที

ไม่ต้องหรอกชบาก่อเจดีย์ให้เสร็จเถอะ ทำครึ่งๆ กลาง มันไม่ดี เอ่อนี่แทนมาช่วยทำในส่วนของพี่ด้วยละกัน

ได้เลยพี่ผกา สิ้นเสียงแทน ผกาก็ออกเดินไป ส่วนแทนก็เข้ามานั่นแทนที่ผกา

แทนช่วยนะ สั้นๆ ที่แทนถามชบาไป ชบาทำท่าเขินอาย แล้วจ้องหน้าแทน

อยากทำก็ทำสิ ทำให้เสร็จละ ชบาตอบไปอย่างเขินๆ แล้วทั้งสองก็ช่วยกันต่อเจดีย์ทราย

ทั้งสองต่างช่วยกันก่อพระเจดีย์ทราย ซึ่งขึ้นเป็นรูปเป็นร่างใกล้เสร็จสมบรูณ์ แต่แล้วก็มีลูกมะพร้าวลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่เจดีย์ทรายที่กำลังจะเสร็จ ล้นระเนระนาดไป ทั้งคู่หันไปมองต้นทางที่ลูกมะพร้าวลอยมา ก็เห็นเด็กหนุ่ม สามสี่คนยืนอยู่

ไงไอ้ต่างถิ่น สงสัยแกคงจะทำบุญไม่ขึ้นแล้วละวันนี้ เจ้าหนุ่มหน้าตาใสซื่อแต่ร้ายลึก ดูท่าจะเป็นหัวโจกกล่าวขึ้น เมื่อทั้งสองมองมา

ที่ทำบุญไม่ขึ้นมันแกมากกว่ามั้งไอ้ก้าน ชบาโมโหจึงลุกชี้หน้าด่า ไอ้หนุ่มที่ชื่อก้าน

คนเขากำลังทำบุญอยู่ใครใช้ให้แกปาลูกมะพร้าวมาละ ชบาโมโหนักกับพฤติกรรมของไอ้ก้าน

ไม่รู้ ข้าไม่ได้ปา ไอ้ต่างถิ่นนั้นมันทำบุญไม่ขึ้นเอง โทษข้าไม่ได้นะ ใช่ใหมพวกเรา

ใช่จ้า. เหล่าผู้ติดตามไอ้ก้านต่างพากับรับคำกันยกใหญ่

นี่ไอ้ก้านเมื่อไหร่แกจะหยุดเรียกแทนว่าไอ้ต่างถิ่นสักที เขาอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีแล้ว อยู่มานานกว่าไอ้พวกที่ตามแกต้อย ต้อยๆอีก เสียงของผกาดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาสมทบกับชบาและแทน

หรือว่าที่แกจงเกียจจงชังแทนมันนักเพราะมันนะ มักจะได้ดีกว่าแกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือความรัก ผกาเริ่มเหน็บแนม โดยคำพูดตนถึงกับโดนชบาแอบหยิกแขนเข้าด้วยเหมือนกัน

นี่อีผกา อย่ามาว่าพี่ก้านของข้านะ หญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านหลังไอ้ก้านออกมา

น้ำหน้าอย่างอีชบานะ ไม่อยู่ในสาตาของพี่ก้านข้าหรอก หญิงสาวหันมามองหน้าไอ้ก้าน ไอ้ก้านก็พยักหน้ารับคำทันที

ใช่จ๊ะน้องบัวคลี่

ชะช้า อีบัวคลี่ ยกยอกันเข้าไป ข้าจะบอกอะไรให้ ถ้ามึงไม่ใช่ลูกสาวท่านเศรษฐีละก้อ มีเหรอไอ้ก้านมันจะมอง ผกาสวนกลับบัวคลี่ทันทีบัวคลี่ถึงกลับไปมองไอ้ก้านอีกครั้ง ครานี้ไอ้ก้านโบกไม้โบกมือส่ายหน้าเป็นการใหญ่

ไม่จริงจ๊ะ ไม่จริง พี่นะรักบัวคลี่ด้วยหัวใจ ใช่เงินทอง จริงๆนะจ๊ะ สาบานได้ ฟ้าฝ่าเอ้า ไอ้ก้านยกมือขึ้น พอหันไปทางกลุ่มของผกา เห็นทั้งสามจ้องอยู่

เฮ้ยไอ้ต่างถิ่นแกนะเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าวะเมื่อไหร่ก็ให้ผู้หญิงออกหน้า แน่จริงมึงมาเจอกูหลังวัด ถ้าไม่แน่จริงก็เอาผ้าถุงแม่แกมาใส่ซะ ฮ่ะๆๆๆ ไปโว้ยพวกเรา พูดจบกลุ่มของไอ้ก้านต่างพากันหัวเราะเยาะแล้วเดินจากออกไป

ใครกันแน่วะหน้าตัวเมีย เห็นเดินเกาะผู้หญิงกิน แทนไม่ต้องไปสนใจพวกมันหรอก พวกมันจะเห่าอะไรก็ปล่อยมัน เขาว่าหมาเห่ามันไม่กัดหรอก ผกาตะโกนด่าส่งท้ายพวกไอ้ก้าน ที่ทำท่าไม่สนใจเดินจากไป

แทนทำท่าจะเดินตามออกไป แต่ก็ถูกชบาฉุดแขนเอาไว้

แทนจะไปไหน ชบาถามแทนทั้งๆที่รู้ว่าแทนจะออกไปไหน

แทนทนไม่ไหวแล้วชบา เอาไงก็เอากัน แทนตอบแล้วพยายามแกะมือชบาออกจากแขนของตน แต่ชบากลับกำแน่นกว่าเดิม กุมแขนแทนทั้งสองมือ

อย่านะแทน ชบามองหน้าแทนแล้วส่ายหัว

แต่ว่า

แทน ชบาขอร้อง ใครจะว่าแทนยังไงก็ช่าง แต่แทนก็คือแทน ลูกผู้ชายที่เคยช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งจากอันตรายโดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเอง คำพูดของชบาทำให้อารมณ์ของแทนเย็นลง มือของแทนที่พยายามจะแกะมือของชบาออกจากแขน ก็เปลี่ยนมามาเป็นกุมมือของชบาไว้

ก็ได้ ถ้าชบาขอ แต่ชบาก็พูดซะ ลูกผู้ชายที่ช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งจากอันตรายโดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเอง มันก็แค่โอ้ย! เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของแทนดังขึ้น แทนถึงกับทรุด มือทั้งสองกุมหน้าผากแน่น ทำเอาทั้งชบาและผกาต่างตกใจ ช่วยกันพยุงแทนเป็นการใหญ่

=====>>>

-----------------------------------------------------------------

เรื่องนี้เขียนขึ้นนานแล้ว ความจริง แต่งให้คนๆหนึ่งอ่าน แต่เมื่อไหรก็เขียนไม่จบสักที ทำให้คนๆ นั้นไม่ได้อ่านสักที จึงอยากเอามาลงเก็บไว้ เผื่อว่าวันไหน คนคนนั้นอาจจะได้มาอ่าน มันสักครั้ง

-----------------------------------------------------------------



นายตัว A
View full profile